ช่วงนี้สถานการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองวุ่นวายมาก ผู้คนต่างเดือดร้อนกับการกระทำของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
พวกเค้านั้นคงไม่รับรู้ความเดือดร้อนนี้หรอก สิ่งที่เค้าได้รับคือ ความสะใจ ความดีใจ ที่เห็นบ้านเมืองของเราเกิดความเสียหาย เราก้อเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง หรือ เสียงที่ได้ยินซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงประทัด หรือลูกปืน อย่างเรายังถือว่าโชคดีกว่าผู้ที่มีบ้านที่อยู่ในพื่นที่ชุมนุมส่วนเรานั้นอยู่รอบนอกแต่ก็ใกล้เคียงซะ
อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ไม่ได้ทำงานเลยเพราะ ออฟฟิตเค้าเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองเลยให้หยุดยาวแต่เราก็ยังมีไปไซต์ลูกค้าบ้างซึ่งการเดินทางไปทำงานนั้นก็เสี่ยงอยู่ระดับหนึ่ง แต่ทำไงได้ ช่วงนี้จะเดินทางไปไหนสิ่งเดียวที่พึ่งได้คือ มอเตอร์ไซต์รับจ้าง เหมือนเด็กแว้นซ์ไปชั่วขณะ ฮ่าๆๆ อยากให้เรื่องมันยุติโดยเร็วจังอยากให้รัฐจัดการให้ได้ อยากให้ไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม ช่วงที่เขียนบล็อคอยู่นี่ยังได้ยินเสียงมาเป็นระยะเลย แต่อย่าคิดออกไปดูน่ะ เด๋วโดนลูกหลงจะซวยเอา
ฉนั้นวันธรรมดาของเรา ณ ตอนนี้ คือตื่นขึ้นมาดูข่าวสาร ดูข้อมูลทางอินเตอร์เนต ทำงาน(บ้าง) เล่นเกม ฟังเพลง ช่วงนี้มีเพลงที่เอามาร้องใหม่หลายเพลง ฟังไปก็อินไป ฮ่าๆๆ อินได้ทุกเพลงเลยเรา อยากเอาเพลงมาลลงผ่านทางนี้บ้างแต่ลงไม่เป็นฮ่าๆๆ ช่วงนี้ใกล้ปิดโปรเจกต์ลูกค้าแล้วถ้าปิดคราวนี้คงไม่ได้ไปที่นั่นแล้วเพราะม่ะมีโปรเจกต่อแล้ว เกือบสี่เดือนที่ไปที่นั่นก็รู้สึกดีน่ะ ทุกคนที่นั่นค่อนข้างเฟรนลี่นอกเหนือจากการทำงานน่ะ อาหารที่นั่นถูกมากเซฟตังไว้เยอะมากเลย แหล่งช้อปปิ้งก้อม่ะมีฮ่าๆๆ เหมือนโรงเรียนอ่ะ ที่จะต้องมีสัญญาณการเริ่มงาน สัญญาณการกินข้าวเที่ยง สัญญาณการเลิกงาน ส่วนใหญ่ที่นั่นเป็นญี่ปุ่น การสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง แต่เราพูดไทยฮ่าๆๆ เพราะเราอนุรักษ์์นิยม เอาเป็นว่าก็รู้สึกดีที่ได้ทำงานเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของพนักงานที่นั่น เคๆๆ เราไม่มีเรื่องไรจะเม้าแล้วเพราะตอนนี้เราจดจ่ออยู่กับเสียงปืนของทหารที่ดังแถวหน้าบ้านเรา ไปสังเกตการณ์ก่อนนน่ะเเล้วจะมาเขียนให้อ่านกันอีกที
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Personality Development
การที่เราจะเข้าสังคมนั้นไม่ใช่เรืิ่องง่ายเลย
เราต้องวางตัวไห้เหมาะสม ดูสมาร์ท
ดูดีตลอดเวลาในสายตาของคนอื่น
มันเป็นการฝืนอย่างมากเลยอ่ะ
แล้วตัวเราเองก็จะรู้สึกอึดอัดมากถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
วันนี้่เลยอยากมาเขียนบล็อคนี้ในเรื่องของ บุคลิกภาพการเข้าสังคม
เพื่อเป็นประโยชน์กับใครบางคนบ้าง ....
อันดับแรก เรื่องของการพูดจา เราจะต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าเมื่อเราอยู่ในสังคม จะมีคนอื่นคอย
จับตาดูเราอยู่ตลอดฉะนั้นระวังกานพูดจากานด้วย
อันดับสอง เรื่องการแต่งกาย การแต่งกายที่สวยงามคือการแต่งกายที่ถูกต้องเหมาะสมกับ
กาลเทศะ ไม่มากไปแล้วไม่น้อยไป
อันดับสาม เรื่องของการกระทำ การกระทำในที่นี้คือ การเดิน การไหว้ การยืน การนั่ง
ถ้าเราฝึกให้สมา์ทดูมีภูมิฐานแล้ว ก้อจะเป็นผลดีแก่ตัวเรา
อันดับสี่ เรืื่องของสุขภาพร่างกาย เราต้องรุ้จักดูแลรักษาสุขภาพของตัวเราเอง
สรุปคร่าวๆๆได้มาเท่านี้แหละในการไปเทรนอบรม เรื่องบุคลิกภาพ ถามว่าดีไหมเราบอกเลยว่ามันดีมาก
ถึงแม้ตอนนี้ยังอาจจะไม่ได้ไช้บ่อยและใช้เป็นประจำ แต่เชื่อว่าภายภาคหน้านั้น เราอาจ
จะได้แนวคิดเหล่านี้ไปปรับปรุงและใช้เพื่อพัฒนาตนเองไห้ดีขึ้นๆๆ
ปอลอ ขอบคุนDATAPRO ที่เล็งเหนความสำคัญของเรื่องนี้และจัดไห้พนักงานเข้าอบรม
ขอบคุณ ครูนก ครูปู ครูวุฒิ ที่เปนวิทยากรคอยชี้เเนะแนวทางการปฎิบัติ
ขอบคุณ เพื่อนร่วมคลาสที่ประเมิน ติติง เรื่องบุคลิกภาพของเรา เพื่อให้รู้จุดด้อยของตัวเอง
ขอบคุณ.....
เราต้องวางตัวไห้เหมาะสม ดูสมาร์ท
ดูดีตลอดเวลาในสายตาของคนอื่น
มันเป็นการฝืนอย่างมากเลยอ่ะ
แล้วตัวเราเองก็จะรู้สึกอึดอัดมากถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
วันนี้่เลยอยากมาเขียนบล็อคนี้ในเรื่องของ บุคลิกภาพการเข้าสังคม
เพื่อเป็นประโยชน์กับใครบางคนบ้าง ....
อันดับแรก เรื่องของการพูดจา เราจะต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าเมื่อเราอยู่ในสังคม จะมีคนอื่นคอย
จับตาดูเราอยู่ตลอดฉะนั้นระวังกานพูดจากานด้วย
อันดับสอง เรื่องการแต่งกาย การแต่งกายที่สวยงามคือการแต่งกายที่ถูกต้องเหมาะสมกับ
กาลเทศะ ไม่มากไปแล้วไม่น้อยไป
อันดับสาม เรื่องของการกระทำ การกระทำในที่นี้คือ การเดิน การไหว้ การยืน การนั่ง
ถ้าเราฝึกให้สมา์ทดูมีภูมิฐานแล้ว ก้อจะเป็นผลดีแก่ตัวเรา
อันดับสี่ เรืื่องของสุขภาพร่างกาย เราต้องรุ้จักดูแลรักษาสุขภาพของตัวเราเอง
สรุปคร่าวๆๆได้มาเท่านี้แหละในการไปเทรนอบรม เรื่องบุคลิกภาพ ถามว่าดีไหมเราบอกเลยว่ามันดีมาก
ถึงแม้ตอนนี้ยังอาจจะไม่ได้ไช้บ่อยและใช้เป็นประจำ แต่เชื่อว่าภายภาคหน้านั้น เราอาจ
จะได้แนวคิดเหล่านี้ไปปรับปรุงและใช้เพื่อพัฒนาตนเองไห้ดีขึ้นๆๆ
ปอลอ ขอบคุนDATAPRO ที่เล็งเหนความสำคัญของเรื่องนี้และจัดไห้พนักงานเข้าอบรม
ขอบคุณ ครูนก ครูปู ครูวุฒิ ที่เปนวิทยากรคอยชี้เเนะแนวทางการปฎิบัติ
ขอบคุณ เพื่อนร่วมคลาสที่ประเมิน ติติง เรื่องบุคลิกภาพของเรา เพื่อให้รู้จุดด้อยของตัวเอง
ขอบคุณ.....
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
Meeting @ Sam Yan
เมื่อวานไอ้กบมันมาsite ลูกค้าที่ไหนรุ้ไหม ที่ตึกเดียวกะเราเลย
ฮ่าๆมันบอกว่ามันมาทั้งอาทิตย์เลย ดีใจจังที่
มีเพื่อนหลงมาแถวนี้บ้างฮ่าๆ
เมื่อวานเลยออกจากออฟฟิตเร็วหน่อยเพื่อที่จะพาไอ้กบไปหม่ำข้าวกาน
ระหว่างทางเม้าส์กานกระจายเรื่องของผู้หญิงผู้หญิง
พอถึงจามจุรีแสควร์ เอ้ เรียกว่าจัตุรัสจามจุรีดีกว่า ก็ต้องรอพี่จุ๊เพื่อไปกินเสต๊ก
ระหว่างรอก้อหิวมากหิวด้วยกานทั้งคุ่พอพี่จุ๊มาปุ๊บก้อตรงดิ่งไปตลาดสามย่าน
ให้ตายเถอะไม่มีไครรู้เลยว่ามันอยู่ไหน รู้แต่ว่าแถวนี้แหละเลยวัดดวงด้วยการโบกแท๊กซี่ไป
ค่าแท๊กซี่ก้อแสนจะถูกสามสิบห้าบาทฮ่าๆๆ
และเมื่อถึงสถานที่ก้อรีบสั่งรีบหม่ำกานใหญ่เลย
จานมันใหญ่มากเลยน่ะกินกานแทบไม่หมด จากที่เคยหิวๆๆกลับเป็นจุกแทนฮ่าๆ
พอกินเสร็จก้อโบกสามล้อออกมาหน้าปากซอย และต่่างแยกย้ายกานกลับบ้านแต่จะบอกว่ามีฟามสุขมาก
ฮากันระเบิดระเบ้อ พี่จุ๊ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเรย แกด้วยไอ้กบยังเหมือนเดิมเลย.....
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552
blog ร้าง
กลายเป็นบล็อคร้าง
เพราะช่วงนี้ยุ่งๆๆไม่ค่อยมีเวลาเลย... แต่จะพยายามน่ะ
อากาศในช่วงนี้ก็ยังเป็นหน้าฝน เมื่อไหร่จะเข้าหน้าหนาวซะที
เบื่อหน้าฝน.........ที่ต้องเฉอะแฉะ
เบื่อหน้าฝน.........ที่ทำให้เราเป็นหวัด
เบื่อหน้าฝน.........ที่ทำให้รถติด
เบื่อหน้าฝน.........ที่ทำให้ท้องฟ้าไม่สดใส !!
ช่วงนี้อะไรก็ดูเข้าที่มากขึ้น
แต่กลับบ้านทีแทบหลับเป็นตาย
ข่าวสารก็ไม่รู้เรื่อง ละครก็ไม่ได้ดู
เลยชดเชยด้วยวันหยุดนี่แหละ
หาความบันเทิงใส่ตัวบ้าง
ใครชวนไปไหนก็ไป
แต่ห้ามนัดตอนเช้าน่ะ ^^
ตอนนี้ช่องเคเบิลนำเอา The Star 3 ที่มีไอ้บี้มาฉายอ่ะ
โห..ตอนนั้นหน้าตาไม่เอาเหนียงเลย เสียงก้อห่วย เต้นก็ตลก
แต่มาวันนี้มันตรงกันข้ามหมดเลย มันพัฒนาได้เร็วมากอ่ะ
ฉนั้น คนเราต้องมีการพัฒนาอย่าอยู่กะที่ ซึ่งเราก็จะทำให้ได้
ไม่แน่น่ะอีกปีสองปี เพื่อนๆๆคงเห็นเราเปลี่ยนไป ^^
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552
ชีวิตที่สดใส
เค้าว่ากันว่าในช่วงชีวิตหนึ่งก็จะมีเรื่องสุขและเรื่องทุกข์ปนกันไป
บ้างก็มีความทุกข์ที่ยาวนานและขื่นขม
แต่จงเชื่อเถอะความทุกข์มันไม่ได้อยู่กะเราไปตลอดหรอก
เพียงแค่เราละทิ้งมันไห้ได้แล้วเผชิญหน้ารอรับสิ่งดีๆที่กำลังเข้ามาใหม่... ^^
ช่วงนี้คนที่เรารู้จักต่างก็มีความทุกข์ ทุกข์มาก ทุกข์น้อย
เราเองก็เข้าใจน่ะเพราะก็เคยเจอมาเหมือนกัน
แต่เราก็ไม่อยากไห้พวกแกเศร้ากะมันมากอ่ะ ผ่านมันมาไห้ได้น่ะ
ไม่เกินความสามารถพวกแกอยู่แล้ว สู้ สู้ ! !
ดูเหมือนตัวเองจะเก่งเลยเนอะ ไม่หรอกมันก็มีบางครั้งที่เราเซไปเลย
มันก็ต้องใช้เวลาในการประคับประคองมันกลับคืนมาเพื่อไม่ไห้มันล้มได้
และคิดซะว่าสิ่งที่เราพบเจอมามันเป็นประสบการณ์อย่าหนึ่งที่ทำให้เราแกร่งขึ้น ...
บล็อคนี้ก็ยังกลายเป็นบล็อคทีเราเพ้อๆอยู่ดี
อย่าคิดไรมากพรุ่งเน้ก็เช้าแล้ว (คำคุ้นๆๆเนอะ) ^^
ปอลอ ขอบคุณที่แกหาวิธีพยายามเม้นจนได้
ปอลอ2 ช่วงนี้กำลังเห่อแมวตัวใหม่ มันยังไม่มีชื่อหรอกน่ะ ช่วยกานตั้งหน่อยดิ ไม่มีรางวัลให้น่ะ

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552
จบบทที่หนึ่ง
ความมุ่งหวังทีแรกตั้งใจให้ blog นี้มีสาระและประโยชน์ต่อคนอ่าน
ไปๆมาๆ ตอนนี้กลายเป็นblog ที่เราเพ้อๆๆ ฮ่าๆๆ
บทที่หนึ่งคืออะไร ....
เอาเป็นว่ามันคือบทเรียนบทหนึ่งที่สอนให้เราโตขึ้นและดูแกร่งขึ้น
ซึ่งมันถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เข้ามาในชีวิต ทำให้เราได้เรียนรู้
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบทเรียนนี้ ^^
ช่วงนี้คิวเยอะอ่ะ ฮ่าๆๆจัดคิวไห้กะตัวเองแทบไม่ได้
แต่พยายามแบ่งเวลามาให้ทุกคนเลยน่ะ อิอิ
ปอลอ เพื่อนที่จะมาเม้นแล้วบอกว่าเม้นไม่ได้ (ไม่รู้วิธีเม้นมากกว่า) เอาเป็นว่า
แค่เข้ามาอ่านก้อพอแล้ว ไม่ขออะไรมากมาย จุ๊บ จุ๊บ
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552
ของเล่นของใหม่สำหรับเรา
ช่วงนี้มีของเล่นของใหม่สำหรับเรา นั่นคือ twitter ฮ่าๆๆ
ถามว่าทำไมเป็น twitter สืบเนื่องจากเราได้ดูรายการหนึ่งเค้าได้
อธิบายอิทธิพลของtwitter ในโครงข่ายของ Social Network
ถามว่าต่างจากพวก hi5 หรือ facebook คำตอบคือไม่ต่างกันมาก
ทีแรกเราได้สมัคร twitter ไว้นานแล้วเเละเล็งเห็นว่า twitter
มีไว้เพื่อโพสบอกสิ่งที่อยากจะบอกลงไป
มีไว้เพื่อโพสบอกสิ่งที่อยากจะบอกลงไป
เหมือน short message และคนทั่วไปก้อสามารถเข้ามาดูติดตามเรา
ซึ่งมันไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย
ซึ่งมันไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย
และนี่คือเหตุผลที่เราสมัครไว้แต่ไม่คิดจะเล่นมันหรอก อิอิ
แต่มีอยู่วันนึงเราได้ลองกลับเข้ามาเล่นมันไหม่ด้วยความสงสัยว่าทำไมคนถึงฮิตกะมันน่ะ
และแล้วเราก้อได้ following เพื่อนๆ และบุคคลที่เราอยากติดตามเค้า
อาทิ สุทธิชัย(ผู้สื่อข่าว), andrewbiggs เป็นต้น สิ่งที่เราได้รับอ่ะหรอ คือข้อมูลต่างๆที่พวกเค้าเหล่านี้ได้ทำการโพส ซึ่งก็จะมีเรือง
อาทิ สุทธิชัย(ผู้สื่อข่าว), andrewbiggs เป็นต้น สิ่งที่เราได้รับอ่ะหรอ คือข้อมูลต่างๆที่พวกเค้าเหล่านี้ได้ทำการโพส ซึ่งก็จะมีเรือง
ของข่าวสารที่เสมือนเราอ่านหนังสือพิมพ์เอง
เรื่องของการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน รวมถึงความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆๆ
เรื่องของการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน รวมถึงความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆๆ
ที่เค้าได้โพสบอกกล่าว ฉนั้นสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้มันกลายเป็นของเล่นของ
ใหม่สำหรับเราเลย ฮ่าๆๆ
แต่อย่างที่บอกโลกของSocia Network มันก้อมีสองด้าน
ฉะนั้นเราจึงควรเลือกใช้ในด้านที่ดีของมันเพื่อประโยชน์ของตัวเราเองและคนอื่นๆๆ ^_^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


